5 อันดับเซรั่มที่ดีที่สุดจากประเทศเกาหลี | YEOWANG

ผู้คนต่างตระหนักดีว่า ผิวมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยเสริมความมั่นใจในรูปลักษณ์ของตนเอง เพราะเป็นสิ่งที่คนรอบข้างมักจะสังเกตได้เป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้าก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ หนึ่งในเทรนด์ความงามที่ได้รับแรงผลักดันจนกลายมาเป็นที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้ คือ Glass Skin หรือ ผิวใสฉ่ำวาวดั่งกระจก

ความนิยมนี้มาจากช่างแต่งหน้าชาวเกาหลีที่เผยเคล็ดลับเสริมความงามหลายๆ ขั้นตอน ซึ่งชาวเกาหลีจำนวนมากชำนาญในเรื่องนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งผิวที่กระจ่างใส เปล่งปลั่ง และโปร่งแสง การใช้เซรั่มก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเสริมความงามนี้ด้วยเช่นกัน

เซรั่มนั้นเหมือนกับมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีเนื้อบางเบา มีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์บางชนิด ที่มีความเข้มข้นสูงในการช่วยบำรุงและปกป้องผิว แต่ข้อแตกต่างระหว่างเซรั่มที่ไม่เหมือนมอยเจอร์ไรเซอร์ คือ เซรั่มจะเป็นตัวเสริมในการให้ความชุ่มชื้นที่มากขึ้น พร้อมทั้งคุณประโยชน์อื่น ๆ ต่อผิวพรรณ ในปัจจุบันเซรั่มมีหลายสูตร ซึ่งสามารถพบได้ทั้งแบบน้ำมัน ครีม หรือเจล เป็นส่วนช่วยทำให้สุขภาพผิวดีขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการมี ผิวใสฉ่ำวาวดั่งกระจก หรือ Glass Skin นั่นเอง

ปัจจุบัน เซรั่มเกาหลีเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดความงาม ไม่เพียงเพราะได้รับความนิยมจากช่างแต่งหน้าชาวเกาหลีเท่านั้น แต่เพราะอุตสาหกรรมความงามของเกาหลีนั้นใส่ใจและให้ความสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง รวมไปถึงการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ราคาไม่แพงและปลอดภัย

ทำไมต้องใช้เซรั่ม?

เพราะเซรั่มอุดมไปด้วยส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ในการปกป้องและบำรุงผิว นอกจากนี้ยังสามารถใช้แก้ไขปัญหาผิวในแต่ละสภาพผิว และช่วยให้ผิวหน้ามีสุขภาพที่ดีขึ้นและกระจ่างใสขึ้น ส่วนผสมแต่ละอย่างถูกสกัดมาเพื่อแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด ดังนั้น การวิเคราะห์ผิวของแต่ละคน เพื่อหาว่าเซรั่มชนิดใดที่เหมาะสมกับสภาพผิวมากที่สุด จะช่วยให้เลือกเซรั่มที่แก้ปัญหาตรงจุดได้ 

ตัวอย่างเช่น หากคุณมีจุดด่างดำ การใช้เซรั่มที่มีกรดไกโคลิก สามารถช่วยขจัดรอยด่างดำและผลัดผิวใหม่ที่สดใสขึ้น สำหรับผู้ที่เป็นสิว การใช้เซรั่มที่อุดมด้วยกรดซาลิไซลิก หรือ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ สามารถช่วยจัดการกับสภาพผิว กำจัดสิวและรอยแผลเป็นได้

แม้ว่าเซรั่มบางตัวจะใช้แค่ในบางช่วงเวลา เช่นกลางวันหรือกลางคืน เพื่อฟื้นฟูสภาพผิว แต่ก็ยังมีเซรั่ม ที่ให้คุณประโยชน์ทั่วไปซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ทุกวัน นั่นรวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วยกรดไฮยาลูรอน เซราไมด์ และวิตามินอี ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษและต่อต้านความหย่อนคล้อยของผิวได้เมื่อใช้เป็นประจำทุกวันทั้งเช้าและก่อนนอน เซรั่มที่อุดมด้วยวิตามินซีเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ควรพิจารณา เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่ช่วยต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยด้วย

วิธีใช้เซรั่ม

หากคุณยังไม่เคยใช้เซรั่ม อาจต้องใช้เวลานานถึงแปดสัปดาห์เพื่อจะรู้ว่าเซรั่มที่คุณใช้นั้น ช่วยแก้ปัญหาผิวของคุณได้จริงหรือไม่  แม้แต่ผู้ที่มีผิวค่อนข้างสุขภาพดีอยู่แล้วก็ควรสังเกตเห็นว่าผิวเริ่มดูชุ่มชื้นขึ้น 

การใช้เซรั่มควรเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันในการดูแลผิว ควรใช้ตามที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ ใช้หลังจากการเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ และใช้ก่อนลงมอยส์เจอไรเซอร์ โดยทาให้ทั่วใบหน้าวันละสองครั้ง ในตอนเช้าและก่อนนอน

ให้จำไว้ว่าบางครั้งส่วนผสมออกฤทธิ์ที่มีความเข้มข้นสูง อาจทำให้บางคนเกิดอาการระคายเคือง โดยเฉพาะกับคนที่มีผิวบอบบางและผิวแห้ง ในกรณีเช่นนี้ แนะนำให้ใช้ร่วมกับมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีเนื้อเข้มข้นกว่า

เคล็ดลับการเลือกเซรั่ม

เนื่องจากมีเซรั่มหลายประเภทให้เลือกในท้องตลาด ผู้ใช้ควรประเมินสภาพผิวก่อน ว่าเหมาะสมที่จะใช้เซรั่มของเกาหลีแบบไหน หากมีสภาพผิว เช่น สิวหรือจุดด่างดำ จะต้องมองหาเซรั่มที่มีส่วนผสมที่สามารถแก้ไขเฉพาะจุด อย่างไรก็ตาม เซรั่มที่เลือกก็ควรให้คุณประโยชน์ทั่วไปอื่น ๆ ด้วย เช่น ให้ความชุ่มชื้นและต่อต้านสัญญาณแห่งวัย

นอกจากนี้ ควรพิจารณาประเภทผิวของคุณด้วย เนื่องจากจะส่งผลต่อการเลือกส่วนผสมในเซรั่ม และความสม่ำเสมอในการใช้ คุณต้องการเซรั่มที่มีเนื้อเบาและซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เหนียวเหนอะหนะ การทดสอบที่หลังมืออาจช่วยให้คุณรู้ได้ว่าเซรั่มที่เลือกนั้นเหมาะกับผิวของคุณหรือไม่

เนื่องจากเซรั่มเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูง ดังนั้น ส่วนใหญ่แล้วคุณอาจพบว่ามีราคาแพงกว่าผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ในการรักษาสภาพผิวและการปรับปรุงผิวให้มีสุขภาพดีนั้นก็คุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย และอาจสามารถช่วยตัดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่น ๆ ที่ไม่ได้ผลออกไปได้ 

เมื่อเทียบกับเซรั่มอื่น ๆ ของประเทศแถบตะวันตก พบว่าเซรั่มของเกาหลีมีราคาที่ไม่แพง เพราะเน้นที่ส่วนผสมจากธรรมชาติที่เรียบง่าย แต่ทรงพลังในแต่ละสูตร มาดูกันว่าตัวเลือกยอดนิยมอันไหนบ้าง ที่คุณควรพิจารณาเพิ่มลงในกิจวัตรการดูแลผิวของคุณ

เซรั่มเกาหลีที่ดีที่สุด

1. Amplance Hydro by Intomedi 

เซรั่มให้ความชุ่มชื้นอย่างเข้มข้นจากแบรนด์ อินทูเมดี้ แอมแพลน ไฮโดร เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งและแพ้ง่าย ให้น้ำหนักความชุ่มชื้นถึงสามเท่า จากโมเลกุลที่หลากหลายของส่วนประกอบกรดไฮยาลูโรนิก น้ำหนักของโมเลกุลเล็ก กลาง และใหญ่รวมกันอยู่ในเซรั่ม ที่สามารถซึบซาบเข้าผิวได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อประสิทธิภาพในการใช้ที่ได้ผลสูงสุด โดยช่วยให้ผิวกักเก็บน้ำได้มากขึ้น เพื่อผิวที่ชุ่มชื้นและดูเรียบเนียน มีสุขภาพที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยทำให้โทนสีผิวกระจ่างใสสม่ำเสมอ ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังมี BioPeptone ซึ่งเป็นกรดไฮยาลูโรนิคแบบออแกนิก ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้มากขึ้นถึง 3 เท่า และช่วยต่อต้านริ้วรอย ช่วยให้ผิวเต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ เนื้อเซรั่มสูตรน้ำหนักเบาแต่เข้มข้นเหมาะสำหรับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแห้ง และผิวขาดน้ำ สามารถใช้ร่วมกับกิจวัตรการดูแลผิวประจำวันได้ ใช้วันละสองครั้งในตอนเช้าก่อนแต่งหน้า ช่วยให้เมคอัพติดทนนานขึ้น และตอนเย็นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

2. Green Tea Seed Serum by Innisfree 

เซรั่มเมล็ดชาเขียว ของ Innisfree เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนผิวแห้ง ให้ความชุ่มชื้นอย่างเข้มข้นที่ช่วยกักเก็บความชื้นเพื่อให้เซลล์ผิวเต่งตึง ให้ผิวเปล่งประกายสุขภาพดีขึ้น สูตรเจลเนื้อบางเบานี้ประกอบด้วย Green Tea Tribiotic complex, Jeju Green Tea Seed Oil, hyaluronic acid และกรดอะมิโนที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดียิ่งขึ้น

สูตรนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเท่านั้น แต่ยังช่วยบรรเทาอาการของสิวและรอยด่างดำได้อีกด้วย ชาเขียวจะช่วยในการรักษาและลบรอยแผลเป็นและรอยด่างดำ นอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ผิวและทำให้เกิดสัญญาณแห่งวัย เช่น ริ้วรอยรอบดวงตา

ตัวใหม่ล่าสุดมีกลิ่นหอมบางเบา ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงกลิ่นตีกัน แม้ว่าจะมีคุณสมบัติที่ให้ความชุ่มชื้นตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็ควรใช้วันละสองครั้ง เป็นประจำ 

3. Freshly Juiced Vitamin Drop by Klairs 

เซรั่มที่อุดมด้วยวิตามินซีนี้เหมาะที่สุดสำหรับผิวบอบบาง ออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาสภาพผิว เช่น โทนสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ และป้องกันปัญหาการสร้างเม็ดสีผิว นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับการรักษารูขุมขนกว้างและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซีรั่มนี้มีกรดแอสคอร์บิค 5% ซึ่งมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะจัดการกับสภาพผิวที่มีปัญหา ในขณะที่ยังคงความอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย

เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารก่อภูมิแพ้และปราศจากน้ำหอมที่ไม่ทำให้ระคายเคือง มีสูตรที่ช่วยฟื้นฟูผิว ช่วยปรับริ้วรอยให้เรียบเนียนทำให้ผิวคุณดูอ่อนกว่าวัย

ใช้นวดหรือตบเบา ๆ หลังจากทำความสะอาดผิวแล้ว หากใช้ในเวลากลางวันสามารถใช้ร่วมกับครีมกันแดดได้ และใช้ตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้ผิวสว่างและกระจ่างใสขึ้นในตอนเช้า

4. First Care Activating Serum by Sulwhasoo 

เซรั่มต่อต้านริ้วรอยที่ช่วยปรับสมดุลผิวนี้ เป็นสินค้าขายดีที่ช่วยบำรุงให้ผิวเปล่งปลั่งและดูอ่อนเยาว์ เหมือนผิว ‘กระจก’ เหมาะกับผิวแห้ง หมองคล้ำ โทนสีไม่สม่ำเสมอและไม่เรียบเนียน มีส่วนประกอบสมุนไพรเกาหลี 5 ชนิด ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เนียนนุ่ม และชุ่มชื้น ได้แก่ ดอกบัว, ดอกโบตั๋น, ดอกลิลลี่สีขาว, เง็กเต็ก และสมุนไพรโกฐขี้แมว

ส่วนผสมนี้ยังเหมาะสำหรับการลดริ้วรอยและเสริมเกราะป้องกันความชื้นของผิว เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและโปร่งแสงมากขึ้น ผิวของคุณจะดูนุ่มนวลและชุ่มชื้นขึ้นเมื่อใช้เป็นประจำ

วิธีใช้คือกดหัวปั้มสามครั้งลงบนปลายนิ้วและตบเบา ๆ บนผิวเพื่อการดูดซึมสูงสุด เซรั่มนี้ควรใช้ทุกวันในตอนเช้าและตอนกลางคืนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

5. Glass Skin Refining Serum by Peach & Lily 

สำหรับผิวใสดั่งกระจก ไม่ควรพลาด Peach & Lily’s Glass Skin Refining Serum มีสารสกัดจากลูกพีช กรดไฮยาลูโรนิก ไนอาซินาไมด์ มันเทศ และเปปไทด์ ให้ผลลัพธ์ในการให้ความชุ่มชื้นอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยบำรุงและฟื้นฟูเซลล์ผิวอย่างเห็นได้ชัด สารสกัดจากลูกพีชประกอบด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมายสำหรับการกระชับและปรับผิวให้กระจ่างใส ในขณะที่ไนอาซินาไมด์เป็นรูปแบบของวิตามินบี 3 ที่ต่อต้านการอักเสบและต่อต้านอนุมูลอิสระเพื่อต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยและจุดด่างดำ

สารสกัดจากมันเทศช่วยให้ผิวนุ่มพร้อมลดเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง กรดไฮยาลูโรนิกและเปปไทด์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและการผลิตคอลลาเจน ยกกระชับเซลล์ผิว และทำให้ริ้วรอยดูเรียบเนียนเพื่อให้ได้ผิวใสเหมือนกระจก

เซรั่มนี้เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ควรใช้หลังจากทำความสะอาดใบหน้าและโทนเนอร์แล้ว แต่ควรใช้ก่อนลงมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการดูแลผิวประจำวันในตอนเช้าและตอนเย็น